วงจรชีวิตของกบนา

          ไข่กบที่ได้รับการผสมกับน้ำเชื้อแล้วจะฟักออกเป็นตัวภายใน  18 – 36 ชั่วโมง  ไข่ที่ได้รับการผสมใหม่ ๆ จะมีรูปร่างกลม  ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นรูปรีแล้วค่อย ๆ  เพิ่ม ความยาวขึ้นเรื่อย ๆ จนมองเห็นส่วนหัว   ลำตัว  และหางอย่างชัดเจน  ดูคล้ายลูกปลา  ลูกอ๊อดที่ฟักออกใหม่ ๆ จะมีลำตัวแบน  ยามประมาณ  3 – 4 มิลลิเมตร  จะเกาะนิ่งอยู่บริเวณก้นบ่อหรือรากของไม้น้ำ  และยังไม่กินอาหาร เมื่อถุงอาหารยุบภายใน  2 – 3 วัน  จึงเริ่มกินอาหาร

ที่มา: www.vcharkarn.com

           ลูกอ๊อดที่มีอายุ  6 – 7 วัน  มีความยาวของลำตัวประมาณ  5 – 7 มิลลิเมตร  เมื่อลูกอ๊อดเจริญเติมโตเพิ่มขึ้นจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปด้วย  เมื่ออายุได้  20 วัน  จะงอกขาหลัง  และอีก  3  วัน  ต่อมาจะงอกขาหน้า  และอีก  7 – 13 วันหางจะหดหายไปจนหมด  จึงเป็นลูกกบ  ระยะเวลาของการพัฒนาการจากไข่ที่ถูกผสมจนกลายเป็นลูกกบใช้เวลาประมาณ  28 – 36 วัน

ที่มา:www.porpeangnetwork.com 

 

1 . กบนา ( Rana tigerina Daudin)          

           เป็นกบขนาดกลางค่อนข้างใหญ่ ตัวที่โตเต็มที่ยาวประมาณ 5นิ้วขนาดประมาณ  6  ตัว ต่อกิโลกรัม ผิวมีสีน้ำตาลปนเขียว อาจจะแตกต่างกันบ้างตามแหล่งที่ อยู่อาศัย ลักษณะโดยทั่วๆ ไปสังเกตได้คือ ขาหน้าสั้นอยู่ระหว่างไหล่กับตา ปุ่มกระดูกเท้าล่างไม่แหลมคม มีสีคล้ำและมีลายพาดสีจาง ๆ ตรงริมฝีปาก ใต้คางอาจมีจุดหรือลายริ้วตรงคอหอย ด้านหลังมีสีเขียวอมน้ำตาลมีจุดสีดำเป็นจำนวนมาก

 

ที่มา: xn--12ca8eazym0etfrg.blogspot.com

 

2.กบบูลฟร็อก (Rana catesbeiana show) 


             เป็นกบที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เข้าใจว่าใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา โตเต็มที่มีน้ำหนักมากกว่า 1 กิโลกรัมขึ้นไป ตัวที่โตมีความยาวถึง 8 นิ้ว  ลำตัวกว้าง ส่วนหัวสีเขียว ส่วนหลังมีสีน้ำตาลเขียว ส่วนท้องมีสีขาวเหลือง ผิวหนังขรุขระมีปุ่มขนาดเล็กๆ อยู่ที่ส่วนหลัง ไม่มีเส้นข้างตัวแต่จะมีเส้นตรงด้านหลังของแก้วหู ที่ขามีจุดสีน้ำตาลประปราย บางท้องที่อาจมีสีคล้ำหรือดำ

 

ที่มา: www.siamreptile.com

 

3. กบภูเขา หรือเขียดแลว (Rana bythii Boulenaer)
        

           เป็นกับพื้นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ตัวที่โตเต็มที่ขนาดปริมาณ 3 กิโลกรัม ขึ้นไป ชาวบ้านเรียกกันอีกชี่อหนึ่งว่า กบคลอง ตามแหล่งอาศัย ลักษณะโดยทั่ว ๆ ไป ที่สังเกตได้คือ ปลายนิ้วโป้งนิ้วขาหน้าแยกออกจากกัน ผิวหนังด้านข้างไม่นูนโป่ง ไม่มีถุงลม ไม่มีแผ่นหนังที่นิ้วขาหน้าอันแรก ซึ่งยาวกว่านิ้วอันที่สอง แก้วหูห่างจากตาเป็นระยะทาง มากกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของตา กบเพศผู้จะมีเขี้ยวออกจากขากรรไกรล่างยืนยาว ส่วนเพศเมียจะสั้นกว่า มีตาโต ในบางท้องที่อาจมีเส้นพาดกลางหลัง จากริมฝีปากถึงส่วนก้น บางแหล่งไม่มี ที่ขามีลายพาดสีน้ำตาลเข้มตลอด ลำตัวมีสีน้ำตาลแดงหรือดำ ใต้คาง ใต้ท้องมีสีขาว-เหลือง ริมฝีปากบนและล่างมีจุดสีดำ พบมากแถบภาคเหนือและภาคใต้