เครื่องแต่งกายและหัวโขน

 

เครื่งแต่งกาย

               เครื่องแต่งกายที่ใช้ในการประกอบการแสดงโขน แต่งกายแบบยืนเครื่อง พระ นาง ยักษ์ ลิง นอกจากตัวละครอื่นๆ จะแต่งกายตาม
     ลักษณะนั้นๆ เช่น ฤาษี กา ช้าง ควาย ฯลฯ นอกจากนี้ผู้แสดงโขนจะต้องสวมหน้ากากที่เรียกว่า "หัวโขน"
     ซึ่งศิลปินไทยได้กำหนดลักษณะและสีไว้อย่างเป็นแบบแผน และกำหนดให้ใช้เฉพาะกับตัวละคร เช่น พระรามสีกายเขียว พระลักษณ์สีกายเหลือง      ทศกัณฐ์สีกายเขียว เป็นต้น

              เครื่องแต่งกายของโขนนั้น ได้เลียนแบบอย่างเครื่องแต่งกายของพระมหากษัตริย์ แบ่งได้ ๓ ประเภท คือ

     ๑.ศิราภรณ์ คือเครื่องประดับศรีษะ เช่น ชฎา มงกุฎ ปั้นจุเหร็จ หรือแม้นกระทั้งหัวโขนก็จัดเป็นเครื่องศิราภรณ์ด้วยเช่นกัน

     ๒.ภูษาภรณ์ คือ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เช่น ฉลององค์(เสื้อ) สนับเพลา(กางเกง) ห้อยหน้า(ชายไหว) ห้อยข้าง(ชายแครง) พระภูษา(ผ้านุ่ง) รัดเอว
        ผ้าทิพย์ เจียระบาด สะไบเป็นต้น

     ๓.ถนิมพิมพาภรณ์ คือ เครื่องประดับต่าง ๆ เช่น ปั้นเหน่ง(เข็มขัด) สังวาล ตาบหน้า ตาบทิศ ตาบหลัง อินทรธนู ธำมรงค์ แหวนรอบ ปะวะหล่ำ ทองกร
        กรองคอ สะอิ้ง พาหุรัด กำไลเท้า เป็นต้น

 

 

                             สำหรับการแต่งกายของโขนแต่ละตัวมี ดังนี้
           ๑. ตัวพระ สวมเสื้อแขนยาวปักดิ้น และเลื่อม มีอินทรธนูที่ไหล่ ส่วนล่างสวมสนับเพลา ไว้ข้างใน นุ่งผ้ายกจีบโจงไว้หางหงส์ทับสนับเพลา
   ด้านหน้ามีชายไหวชายแครงห้อยอยู่ ศีรษะสวมชฎา สวมเครื่องประดับต่างๆ เช่น กรองคอ ทับทรวง ตาบทิศ ปั้นเหน่ง ทองกร กำไลเท้า เป็นต้น
   แต่เดิมตัวพระจะสวมหัวโขน แต่ภายหลังไม่นิยม เพียงแต่แต่งหน้า และสวมชฎาแบบละครในเท่านั้น
            ๒. ตัวนาง สวมเสื้อแขนสั้นเป็นชั้นในแล้วห่มสไบทับ ทิ้งชายไปด้านหลังยาวลงไปถึงน่อง ส่วนล่างนุ่งผ้ายกจีบหน้า ศีรษะสวมมงกุฎ รัดเกล้า
    หรือกระบังหน้าตามแต่ฐานะของตัวละคร ตามตัวสวมเครื่องประดับต่างๆ เช่น กรองคอ สังวาล พาหุรัด เป็นต้น แต่เดิมตัวนางที่เป็นตัวยักษ์ เช่น
    นางสำมนักขา นางกากนาสูร จะสวมหัวโขน แต่ภายหลังมีการแต่งหน้าไปตามลักษณะของตัวละครนั้นๆโดยไม่สวมหัวโขนบ้าง
            ๓. ตัวยักษ์ เครื่องแต่งกายส่วนใหญ่คล้ายตัวพระ จะแตกต่างกันที่การนุ่งผ้า คือ ตัวยักษ์จะนุ่งผ้าไม่มีหางหงส์ แต่มีผ้าปิดก้นลงมาจากเอว
    ส่วนศีรษะสวมหัวโขนตามลักษณะของตัวละคร ซึ่งมีอยู่ประมาณร้อยชนิด
           ๔. ตัวลิง เครื่องแต่งกายส่วนใหญ่คล้ายตัวยักษ์ แต่มีหางลิงห้อยอยู่ใต้ผ้าปิดก้นอีกที สวมเสื้อตามสีประจำตัวในเรื่องรามเกียรติ์ ไม่มีอินทรธนู
    ตัวเสื้อปักลายขดเป็นวง สมมุติว่าเป็นขนตามตัวลิง ส่วนศีรษะสวมหัวโขนตามลักษณะของตัวละคร ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๔๐ ชนิด

 

หัวโขน



                  หัวโขน
เป็นเครื่องใช้สำหรับศีรษะและปิดบังส่วนหน้าที่คล้ายกับหน้ากาก แต่หัวโขนจะมีลักษณะที่แตกต่างออกไป
     ตรงที่สร้างหุ่นจำลองรูปทรงใบหน้าและศีรษะ ทั้งหมด โดยผู้แสดงสามารถสวมครอบศรีษะจะห่อหุ้มส่วนใบหน้าและส่วนหัวมิดชิด และเจาะช่อง
     เป็นรูกลมที่ตาของหน้ากากให้ตรงกับนัยน์ตาของผู้แสดง เพื่อให้นักแสดงมองเห็นการแสดง
                  
                 
หัวโขน อาจแบ่งตามประเภทของหัวโขนที่ใช้สวมอย่างละ ๒ จำพวก คือ ยักษ์ยอด ยักษ์โล้น และลิงยอด ลิงโล้น นอกจากนี้หัวโขน
     ก็ยังแบ่งออกได้ตามชนิดของหัวโขนซึ่งมีลักษณะต่างๆ กัน ซึ่งจะแบ่งเป็นฝ่ายลงกา และฝ่ายพลับพลาดังนี้
                                    

                                    

 

                        

                        ฝ่ายลงกา (ยักษ์) แบ่งออกได้ดังนี้

             ๒. มงกุฎยอดกระหนก เช่น พยาทูษณ์ มัยราพณ์
             ๒. มงกุฎยอดจีบ เช่น พญาขร สัทธาสูร
             ๓. มงกุฎยอดหางไก่ เช่น วิรุญจำบัง บรรลัยจักร
             ๔. มงกุฎยอดน้ำเต้า เช่น พิเภก ชิวหา
             ๕. มงกุฎยอดน้ำเต้ากลม เช่น กุเวรนุราช เปาวนาสูร
             ๖. มงกุฎยอดน้ำเต้าเฟื่อง เช่น บรรลัยกัลป์ วันยุวิก
             ๗. มงกุฎยอดกาบไผ่ เช่น รามสูร ทศคีรีวัน ทศคีรีธร
             ๘. มงกุฎยอดสามกลีบ เช่น ทัพนาสูร สวาหุ มารีศ
             ๙. มงกุฎยอดหางไหล เช่น ตรีเมฆ (เฉพาะตัวเดียว)
           ๑๐. มงกุฎยอดนาค เช่น มังกรกัณฐ์ (เฉพาะตัวเดียว)
           ๑๑. มงกุฎตามหัวหรือหน้า เช่น ทศกัณฐ์มี ๑๐ หน้า ตรีเศียรมี ๓ หน้า   เป็นต้น
           ๑๒. พวกไม่มีมงกุฎ เช่น กุมภกรรณ มูลพลัม
           ๑๓. หัวโล้น เช่น เสนายักษ์ทั่วไป
           ๑๔. หัวเขนยักษ์และตัวตลกฝ่ายยักษ์




                                                              ฝ่ายพลับพลา (ลิง) แยกประเภทออกได้ดังนี้              

                 ๑. มงกุฎยอดบัด เช่น พาลี สุครีพ
                                                          ๒. มงกุฎยอดชัยหรือยอดแหลม เช่น ชมพูพาน ชามพูวราช
                                           ๓. มงกุฎยอดสามกลีบ เช่น องคต (เฉพาะตัวเดียว)
                                                           ๔. พวกไม่มีมงกุฎแต่เป็นลิงพญา เช่น หนุมานนิลพัท นิลนนท์
                                           ๕. พวกไม่มีมงกุฎแต่เรียกมงกุฎ เช่น สิบแปดมงกุฎ
                                   ๖. พวกเตียวเพชรและจังเกียง เช่น เตียวเพชร
              ๗. หัวลิงเขนและหัวตลกฝ่ายลิง