บทความที่สนใจ

วิธีป้องกันกำจัด  “ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล “  แบบปลอดสารพิษ

                   ขณะ นี้มีข่าวเกี่ยวกับเรื่องการระบาดของเพลี้ยบ่อยขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น เพลี้ยอ่อนเพลี้ยแป้งที่ระบาดในไร่มันสำปะหลังหรือจะเป็น “เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล” ที่ระบาดอย่างหนักอยู่ในขณะนี้ในแปลงนาข้าว ซึ่งสถานการณ์ได้เลวร้ายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนหน่วยงานภาครัฐระดับสูง ต้องออกมาชี้แจงและบอกวิธีแก้ปัญหาให้แก่พี่น้องเกษตรกร เพื่อขจัดปัญหาไม่ให้ลุกลามออกไปมากกว่าในปัจจุบัน เพราะจะส่งผลเสียต่อผลผลิตข้าวในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะในด้านของปริมาณข้าวที่จะส่งออก อาจจะทำให้ไม่มีข้าวออกไปจำหน่ายแข่งขันกันในตลาดโลก ทำให้คู่แข่งขันของเราคือประเทศเพื่อนบ้านอาจจะแซงหน้าเราไปแบบกู่ไม่กลับก็ เป็นได้ เพราะประเทศของเรามัวแต่ทะเลาะเบาะแว้งและสู้รบกันเองอย่างเอาเป็นเอาตาย
เพลี้ย กระโดดสีน้ำตาลนี้จัดเป็นกลุ่มของแมลงปากดูด อยู่ในวงศ์ Delphacidae ตัวเต็มวัยมีสีน้ำตาลจนถึงสีน้ำตาลปนดำ มีอยู่ 2 ชนิด คือชนิดปีกสั้นและปีกยาว โดยตัวเต็มวัยเพศเมียจะวางไข่เป็นกลุ่ม ส่วนใหญ่จะวางไข่ที่กาบใบข้าว หรือเส้นกลางใบ จะวางไข่เรียงแถวเป็นแนวตั้งฉากกับกาบใบข้าว บริเวณที่วางไข่จะมีรอยช้ำเป็นสีน้ำตาล ทั้งตัวอ่อนและตัวแก่สามารถทำลายต้นข้าวได้ในระดับเหนือน้ำบริเวณโคนต้น ซึ่งจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากเซลล์ท่อน้ำท่ออาหารทำให้เกิดอาการเหลืองแห้งใบ ไหม้คล้ายถูกน้ำร้อนลวก แห้งตายเป็นหย่อม ๆ นอกจากนี้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ยังเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสโรคใบหงิก ( rice ragged stunt ) มาสู่ต้นข้าวอีกด้วย ทำให้ต้นข้าวมีอาการต้นเตี้ย แคระแกร็น ใบสีเขียว แคบและสั้น ใบจะแก่ช้ากว่าปรกติ ปลายใบบิด เป็นเกลียว และ ขอบใบแหว่งวิ่น
วิธี การป้องกันและรักษาแบบปลอดสารพิษ เกษตรกรควรทำการตรวจวัดกรดด่างของดินให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม คือ ค่าพีเอชของดินจะต้องอยู่ที่ประมาณ 5.8 - 6.3 ถ้าดินเป็นกรดมากเกินไปคือต่ำกว่า 5.8 ก็ให้เติมกลุ่มของวัสดุปูน เช่น ปูนมาร์ล, ปูนขาว, ปูนแคลเซียม, โดโลไมท์ และฟอสเฟต หรือถ้าดินเป็นด่างก็ใส่ ยิปซั่ม, ภูไมท์ซัลเฟตถุงแดง และปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก เมื่อดินมีค่าพีเอชที่เหมาะสมจะช่วยทำให้ข้าวดูดกินอาหารในดินได้อย่างเต็ม ที่ ทำให้ไม่ขาดสารอาหาร มีการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ ควรเพิ่มความแข็งแกร่งของเซลล์ด้วยภูไมท์ซัลเฟตถุงสีเหลือง จะช่วยทำให้ข้าวมีความแข็งแกร่งกลุ่มของแมลงปากดูดโดยเฉพาะเพลี้ยกระโดดสี น้ำตาลจะเข้าทำลายได้ยาก ช่วยลดปัญหาการระบาดหรือเข้าทำลายให้ลดน้อยลง ทำให้เราป้องกันกำจัดได้ง่าย ควรมีการใช้สมุนไพรที่มีรสขม เช่น ตะไคร้หอม, ขมิ้นชัน, ไพร และฟ้าทะลายโจร ซึ่งอยู่ในชื่อการค้าว่า “ไทเกอร์เฮิร์บ” นำไปฉีดพ่นร่วมกับสารสกัดจำพวกสะเดา จะช่วยทำให้ รสชาติของต้นและกาบใบข้าวเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลง เพลี้ยกระโดดจะไม่ชอบ จึงช่วยลดการเข้าทำลายได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลดูดกินน้ำเลี้ยงก็จะกินรสชาติที่ เผ็ด ขมไม่อร่อย โดยธรรมชาติการฉีดพ่นพวกผงสมุนไพรและสารสกัดจากสะเดา พวกนี้เมื่อถูกฉีดพ่นไปแล้วเขาก็จะไหลหยดย้อยจากปลายใบลงไปสะสมกองสุมอยู่ ที่กาบใบของข้าว ทำให้ช่วงบริเวณกาบใบซึ่งขาว อวบ อ้วน และหวาน มีรสชาติเป็นที่ต้องการของหนอนและเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลก็จะขมไม่อร่อยไปใน ทันที และสุดท้ายคือตัวพระเอกของเราครับ คือจุลินทรีย์ที่ใช้กำจัดเพลี้ยโดยตรง คือ “จุลินทรีย์ ทริปโตฝาจ” ให้ใช้ 2 – 3 ช้อนแกง ต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดพ่น ทุก ๆ 7 วัน หรือในช่วงที่มีการระบาดอย่างรุนแรงก็ให้ใช้ทุก ๆ 3 วันนะครับ

จะช่วยกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลให้หมดไปจากแปลงนา อีกทั้งยังมีความสามารถในการกำจัดพวกแมลงศัตรูพืชชนิดอื่นๆ ได้อย่างดีอีกด้วย เพราะจุลินทรีย์ ทริปโตฝาจนั้นจะค่อยๆ เจริญเติบโตแผ่เส้นใยเข้าปกคลุมรัดตรึงและเจาะทำลายผนังลำตัวของเพลี้ย กระโดดสีน้ำตาลและแมลงศัตรูพืชชนิดอื่นๆ จนตายในที่สุด
วิธีการดูแลรักษา เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในนาข้าวนี้ จะไม่มีสารตกค้างอยู่ที่รวงหรือเมล็ดข้าว และยังไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ทำให้สุขภาพของเกษตรกรไม่ต้องสะสมสารพิษ ไม่ตายผ่อนส่ง ไม่เป็นโรคภัยไข้เจ็บก่อนวัยอันควร
ดังภาพประกอบด้านล่าง

 

 

 


ขอบคุณเจ้าของข้อมูล

มนตรี  บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  http://fws.cc/linkout.php?http://www.thaigreenagro.com